หน้าแรก-> โครงการ -> รายละเอียดโครงการ

ชื่อเรื่อง

การบังคับใช้กฎหมายเพื่อคืนน้ำใสให้คลองแม่ข่า จังหวัดเชียงใหม่

รายละเอียด

จากกรณีข่าวไทยรัฐออนไลน์ เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 เรื่อง ชาวเชียงใหม่สุดทน คลองแม่ข่า เน่าเสียหนัก ร้อง บิ๊กตู่ ช่วยแก้ เนื้อหาข่าวสรุปได้ว่า ได้มีกลุ่มชาวบ้านนำโดย นายวีระชัย ไชยมงคล กำนันตำบลป่าแดด อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ได้ถือป้ายสื่อข้อความไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอให้ลงมารับทราบปัญหาคลองแม่ข่าเน่าเสียมายาวนานกว่า 30 ปี โดยน้ำเสียเหล่านี้ ไหลผ่านชุมชนต่างๆ ของเมืองเชียงใหม่ ส่งกลิ่นเหม็นเน่าตลอดเส้นทาง โดยสภาพน้ำคลองแม่ข่าบริเวณที่ไหลลงสู่แม่น้ำปิง เป็นฟองสีขาวส่งกลิ่นเหม็นเน่าอย่างรุนแรงทั่วบริเวณ

 

กรมควบคุมมลพิษ ร่วมกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 1 เชียงใหม่ ลงพื้นที่สำรวจสภาพทั่วไป และตรวจสอบคุณภาพน้ำในคลองแม่ข่า สรุปได้ดังนี้

                             1) คลองแม่ข่า เกิดจากลำห้วย 4 ลำห้วย ได้แก่ ลำห้วยแม่หยวก ลำห้วยแม่ขัวมุง ลำห้วยช่างเคี่ยน และลำห้วยแก้ว มีความยาวประมาณ 26 กิโลเมตร ต้นคลองแม่ข่าเริ่มจากถนนวงแหวน 700 ปี (บริเวณหมู่บ้านสุขิโต) ในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่และไปสิ้นสุดที่จุดเชื่อมต่อกับแม่น้ำปิง บริเวณหมู่ที่ 3 บ้านสบแม่ข่า อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่การปกครองขององค์การบริหารส่วนตำบลสบแม่ข่า อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่

                              2) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่คลองแม่ข่าไหลผ่าน และมีการระบายฝนและน้ำเสียลงคลองแม่ข่าโดยตรง ครอบคลุมเขตพื้นที่ 3 อำเภอ 8 อปท. ประกอบด้วย  อบต.ดอนแก้ว อำเภอแม่ริม, ทต.ช้างเผือก ทน.เชียงใหม่ ทต.ป่าแดด ทต.สุเทพ ทม.แม่เหียะ อำเภอเมืองเชียงใหม่ และ ทต.สันผักหวาน อบต.สบแม่ข่า อำเภอ  หางดง  

                            3) ผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำในคลองแม่ข่า จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อปี 2560 พบว่า คุณภาพน้ำโดยรวมอยู่ในเกณฑ์เสื่อมโทรมมาก ไม่ได้ตามเกณฑ์มาตรฐานแหล่งน้ำผิวดินประเภทที่ 4 โดยพารามิเตอร์ที่เป็นปัญหา ได้แก่ ค่าออกซิเจนละลายน้ำ (DO) มีค่าระหว่า 0.17 – 3.1 มิลลิกรัมต่อลิตร ค่าความสกปรกในรูปบีโอดี (BOD) มีค่าระหว่าง 4.58 – 8.39 มิลลิกรัมต่อลิตร ค่าแบคทีเรียกลุ่มโคลิฟอร์มทั้งหมด (TCB) มีค่าระหว่าง 9,200 – > 160,000 เอ็ม.พี.เอ็น ต่อ100 มิลลิลิตร และกลุ่มแบคทีเรียฟีคอลโคลิฟอร์มทั้งหมด (FCB) มีค่าระหว่าง 470 – > 160,000 เอ็ม.พี.เอ็น ต่อ 100 มิลลิลิตร รวมถึงค่าแอมโมเนีย (NH3) มีค่าระหว่าง 7.12 – 21.70 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งบ่งชี้ถึงการระบายน้ำเสียจากชุมชนลงสู่ลำคลองแม่ข่า

                        4) ปัญหาน้ำเสียในคลองแม่ข่า เกิดจากการระบายน้ำเสียจากแหล่งชุมชนที่ตั้งอยู่บริเวณริมคลองแม่ข่า เช่น เทศบาลนครเชียงใหม่ที่มีการจัดการน้ำเสียไม่มีประสิทธิภาพ เทศบาลตำบลช้างเผือก เทศบาลตำบลสุเทพ เทศบาลตำบลป่าแดด ซึ่งระบายน้ำเสียลงสู่คลองแม่ข่าโดยตรง รวมถึงแหล่งชุมชนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนอกแนวคลองแม่ข่า เช่น เทศบาลตำบลแม่เหียะ องค์การบริหารส่วนตำบลสันผักหวาน และองค์การบริหารส่วนตำบลสบแม่ข่า ซึ่งระบายน้ำเสียลงแหล่งน้ำสาขา และไหลลงสู่คลองแม่ข่า รวมทั้งมีการขยายตัวของชุมชนเมืองเพิ่มขี้นอย่างรวดเร็ว ทำให้มีโครงการหมู่บ้านจัดสรร และหอพัก รวมทั้งสถานประกอบการ เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่การบำบัดน้ำเสียไม่มีประสิทธิภาพ โดยมีค่าน้ำทิ้งไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขาดการติดตามตรวจสอบเพื่อควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างทั่วถึง

 

สถานการณ์คุณภาพน้ำในคลองแม่ข่า จังหวัดเชียงใหม่ ในปี 2561

             ผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำในคลองแม่ข่า จังหวัดเชียงใหม่ ปี 2561 พบว่า คุณภาพน้ำโดยรวมอยู่ในเกณฑ์เสื่อมโทรมมาก โดยพารามิเตอร์ที่เป็นปัญหา ได้แก่ ค่าออกซิเจนละลายน้ำ (DO) มีค่าระหว่าง 0 – 4.39 มิลลิกรัมต่อลิตร ค่าความสกปรกในรูปบีโอดี (BOD) มีค่าระหว่าง 2.87 -42 มิลลิกรัมต่อลิตร ค่าแบคทีเรียกลุ่มโคลิฟอร์มทั้งหมด (TCB) มีค่าระหว่าง 2,000 – > 160,000 เอ็ม.พี.เอ็น ต่อ 100 มิลลิลิตร และกลุ่มแบคทีเรียฟีคอลโคลิฟอร์มทั้งหมด (FCB) มีค่าระหว่าง <180 – > 160,000 เอ็ม.พี.เอ็น ต่อ 100 มิลลิลิตร รวมถึงค่าแอมโมเนีย (NH3) มีค่าระหว่าง 0.20 - 21.33 มิลลิกรัมต่อลิตร คุณภาพน้ำคลองแม่ข่าโดยรวมดีขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับ ปี 2561

 

ผลการดำเนินงานตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายกับแหล่งกำเนิดมลพิษ ปี 2560 – 2561

             กรมควบคุมมลพิษ ร่วมกับสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 1 เชียงใหม่ ได้ดำเนินการตามแผนปฏิบัติการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายกับแหล่งกำเนิดมลพิษในพื้นที่คลองแม่ข่า จังหวัดเชียงใหม่ สรุปได้ดังนี้

                   1) การจัดสัมมนาให้ความรู้แนวทางการปฏิบัติตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม และการจัดการน้ำเสีย จำนวน 2 ครั้ง สรุปผลการดำเนินงานดังนี้

                               (1) จัดงาน “ประชารัฐร่วมใจ คืนน้ำใสให้คลองแม่ข่า” เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2561 ณ โรงแรมเชียงใหม่แกรนด์วิว จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี พลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน และได้มอบนโยบายในการบำบัด และฟื้นฟูคุณภาพน้ำคลองแม่ข่า ว่าจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ช่วยกันดูแลรักษาแหล่งน้ำให้มีคุณภาพที่ดี โดยการบำบัดน้ำเสียก่อนระบายลงสู่แหล่งน้ำ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องมีการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียและดำเนินการให้มีประสิทธิภาพ เพื่อส่งต่อสิ่งแวดล้อมที่ดีให้ลูกหลาน โดยมี ผู้ประกอบการ ประชาชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่คลองแม่ข่าไหลผ่าน เข้าร่วม จำนวน 472 คน

                              (2) จัดสัมมนาให้ความรู้แนวทางปฏิบัติตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม และการดูแลระบบบำบัดน้ำเสีย ให้กับผู้ประกอบการแหล่งกำเนิดมลพิษ ในพื้นที่คลองแม่ข่า เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2561 ณ โรงแรมโลตัสปางสวนแก้ว จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อส่งเสริมให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองแหล่งกำเนิดมลพิษในพื้นที่คลองแม่ข่า จังหวัดเชียงใหม่ มีความรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม สามารถดูแล และปรับปรุงแก้ไขระบบบำบัดน้ำเสียให้มีประสิทธิภาพอย่างสม่ำเสมอ และต่อเนื่อง สามารถบำบัดน้ำเสียให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด มีผู้เข้าร่วมสัมมนา จำนวน 200 คน

                                 ผลการดำเนินงาน ผู้เข้าร่วมสัมมนามีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติตามกฎหมายสิ่งแวดล้อมเพิ่มมากขึ้น ร้อยละ 82

                      2) การตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายกับแหล่งกำเนิดมลพิษในพื้นที่คลองแม่ข่า จังหวัดเชียงใหม่ สรุปผลการดำเนินงานดังนี้

                             กรมควบคุมมลพิษ ร่วมกับสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 1 เชียงใหม่ เข้าตรวจแหล่งกำเนิดมลพิษที่เข้าข่ายที่ต้องถูกควบคุมการระบายน้ำทิ้งตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 จำนวน 220 แห่ง ผลการตรวจสอบในครั้งแรก พบว่า มีแหล่งกำเนิดมลพิษระบายน้ำทิ้งออกสู่สิ่งแวดล้อมเป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด จำนวน 102 แห่ง คิดเป็น ร้อยละ 47 และไม่เป็นไปตามค่ามาตรฐานฯ จำนวน 113 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 53 (ไม่สามารถเก็บตัวอย่างน้ำทิ้งได้ จำนวน 5 แห่ง) ซึ่งเจ้าพนักงานควบคุมมลพิษได้มีคำสั่งให้ปรับปรุง แก้ไขหรือซ่อมแซมระบบบำบัดน้ำเสียภายในระยะเวลาที่กำหนดแล้ว จำนวน 109 แห่ง ผลการตรวจติดตามเมื่อครบกำหนดคำสั่งฯ ปรากฏว่า ปฏิบัติตามคำสั่งฯ 32 แห่ง และสำหรับแหล่งกำเนิดมลพิษที่ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติอยู่ระหว่างดำเนินมาตรการปรับรายวัน

                                        สรุปผลการตรวจสอบแหล่งกำเนิดมลพิษในภาพรวมหลังจากใช้มาตรการทางกฎหมาย พบว่า มีแหล่งกำเนิดมลพิษปฏิบัติตามกฎหมายเพิ่มขึ้นจากเดิม 102 แห่ง เป็น 134 แห่ง คิดเป็น ร้อยละ 62 (ข้อมูล ณ วันที่ 21 พฤศจิกายน 2561)

  

  

........................................................................................