หน้าแรก-> โครงการ -> รายละเอียดโครงการ

ชื่อเรื่อง

การบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่เมืองพัทยา นำร่องแก้ปัญหาน้ำเสียชายหาดท่องเที่ยว

รายละเอียด

การเติบโตของธุรกิจการท่องเที่ยวมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล และชายหาดที่มีชื่อเสียงของประเทศไทยที่เป็นที่รู้จักทั่วโลกมีนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นทุกปี ทั้งชายฝั่งทะเลอ่าวไทย และอันดามัน ส่งผลให้ปริมาณน้ำเสียที่เกิดขึ้นจากการอุปโภคบริโภคของนักท่องเที่ยวและสถานประกอบการในพื้นที่เพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่การจัดการน้ำเสียและระบบบำบัดน้ำเสียรวมของชุมชนยังมี ไม่เพียงพอที่จะรองรับน้ำเสียที่เกิดขึ้นได้ รวมถึงปัญหาการบำบัดน้ำเสียที่ยังบำบัดไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการและไม่ได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพน้ำทะเลชายฝั่งในบริเวณดังกล่าว และในที่สุดจะส่งผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมโดยรวมของแหล่งท่องเที่ยวนั้น และจากการติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำทะเลระหว่างปี2559 - 2560 พบว่า คุณภาพน้ำทะเลชายฝั่งบริเวณชายหาดท่องเที่ยวหลายแห่งมีแนวโน้มเสื่อมโทรมลง และมีปัญหาการปนเปื้อนแบคทีเรียกลุ่มโคลิฟอร์มทั้งหมดเกินมาตรฐาน (มาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลประเภทที่ 4 เพื่อการนันทนาการ) ประกอบกับมีเรื่องร้องเรียนจำนวนมากกรณีปัญหาการระบายน้ำเสียลงสู่ชายหาดและทะเล

ดังนั้น เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาน้ำเสียในแหล่งท่องเที่ยวชายหาดในภาพรวม กรมควบคุมมลพิษจึงได้นำร่องในพื้นที่เมืองพัทยา และพื้นที่โดยรอบ เพื่อเป็นต้นแบบในการแก้ไขปัญหาน้ำเสีย เนื่องจากเมืองพัทยาเป็นเขตควบคุมมลพิษ และพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม โดยได้มีการอบรมแนวทางการปฏิบัติตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม และการดูแลระบบบำบัดน้ำเสีย ให้แก่ผู้ประกอบการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในวันที่ 23 มีนาคม 2561 ที่ผ่านมา ผลการดำเนินงาน พบว่า ผู้เข้าร่วมอบรม จำนวน 200 คน มีความรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม และการดูแลระบบบำบัดน้ำเสียเพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ 81 และผลการตรวจสอบการระบายน้ำทิ้งจากสถานประกอบการในพื้นที่เมืองพัทยา อำเภอบางละมุง และพื้นที่ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จำนวนทั้งสิ้น 103 แห่ง พบว่า ส่วนใหญ่ระบายน้ำทิ้งเป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด โดยพบว่าสถานประกอบการในพื้นที่เมืองพัทยาส่วนใหญ่ได้มีการเชื่อมท่อน้ำทิ้ง และน้ำเสีย เข้าสู่ระบบบำบัดน้ำเสียรวมในพื้นที่ซอยวัดหนองใหญ่ และบริเวณนาจอมเทียน (วัดบุญย์กัญจนาราม) ของเมืองพัทยาแล้ว และพบว่า มีสถานประกอบการที่ระบายน้ำทิ้งเกินมาตรฐาน มีเพียง 24 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 23

สำหรับสถานประกอบการที่ระบายน้ำทิ้งเกินมาตรฐาน คพ. ได้จัดทีมนักวิชาการที่มีความเชี่ยวชาญ ลงให้คำแนะนำเชิงลึกเพื่อช่วยเหลือให้คำปรึกษาในการปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสียให้มีประสิทธิภาพควบคู่ไปกับการใช้มาตรการบังคับของกฎหมาย ในช่วงเดือนสิงหาคม 2561 ที่ผ่านมา ปัญหาส่วนใหญ่พบว่า สถานประกอบการมีปัญหาด้านเทคนิคการดูแลระบบบำบัดน้ำเสีย ขาดบุคลากรที่มีความรู้ และประสบการณ์ในการเดินระบบ และมีข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นที่ในการปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสีย สำหรับการดำเนินงานก้าวต่อไป คพ. จะประสานความร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่ ในการเชื่อมโยงข้อมูลการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมาย และบูรณาการการทำงานร่วมกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายในการแก้ไขปัญหาน้ำเสียบริเวณชายหาด และจะขยายผลการดำเนินงานไปยังพื้นที่ชายหาดท่องเที่ยวที่สำคัญอื่นๆ เช่น เกาะสมุย และอ่าวนาง ต่อไป

.............................................